มัทธิว 10:34, 37-42 – (พระเยซูตรัส) “อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะนำสันติภาพมาสู่โลก เรามิได้นำสันติภาพมาให้ แต่เรานำดาบมา … ผู้ใดที่รักบิดามารดายิ่งกว่ารักเรา ก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใดรักบุตรชายหญิงยิ่งกว่ารักเรา ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา และผู้ใดที่ไม่รับเอากางเขนของตนตามเราไป ผู้นั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา ผู้ที่จะเอาชีวิตของตนรอดจะกลับเสียชีวิต แต่ผู้ที่สู้เสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เราก็จะได้ชีวิตรอด ผู้ที่รับท่านทั้งหลายก็รับเรา และผู้ที่รับเราก็รับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา ผู้ที่รับผู้เผยพระวจนะเพราะเป็นผู้เผยพระวจนะก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้เผยพระวจนะพึงได้รับ และผู้ที่รับผู้ชอบธรรมเพราะเป็นผู้ชอบธรรมก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้ชอบธรรมพึงได้รับ และถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่งให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่มเพราะเป็นศิษย์ของเรา เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนนั้นจะขาดบำเหน็จก็หามิได้”
ส่วนแรกที่พระเยซูตรัสไว้ตรงนี้ยากลำบากเหลือเกิน ถึงขั้นเจ็บปวดอย่างที่สุด ข้าพเจ้าหมายความว่าพระองค์ตรัสตรง ๆ ว่าอย่าคาดหวังสันติสุขในฐานะผู้ติดตามพระเยซู จงคาดหวังไม้กางเขนแทน จงคาดหวังว่าครอบครัวของคุณจะเสียใจและคาดหวังว่าคนที่คุณรักจะปฏิเสธคุณ และจงคาดหวังว่าจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากจริง ๆ ซึ่งคุณจะต้องเลือกระหว่างพระเยซูและสิ่งที่คุณให้คุณค่ามากที่สุด
แต่แล้วเราควรตีความคำพูดส่วนที่สองของพระเยซูอย่างไรล่ะ เพราะพระองค์ตรัสอย่างชัดเจนว่า “ผู้ที่รับท่านทั้งหลายก็รับเรา และผู้ที่รับเราก็รับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา” นั่นคือพระเจ้า ถ้าใครต้อนรับคริสเตียนเพราะเขาเป็นคริสเตียน เขาก็รับพระคริสต์ด้วย และโดยทางพระองค์ เขาก็รับพระบิดาของพระองค์ด้วย และเขาจะได้รับรางวัลของคริสเตียน และในที่สุดแล้ว รางวัลนั้นคืออะไร หากไม่ใช่ชีวิต การให้อภัย และความรอดในพระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดของเรา
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เราก็รู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมาทันที ทำไมการให้น้ำเพียงแก้วเดียวแก่คริสเตียนถึงได้ผลตอบแทนมากมายขนาดนี้ ช่างง่ายขนาดนั้นเลยหรือ
ข้าพเจ้าคิดว่าคำตอบอยู่ที่ความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงเปี่ยมด้วยพระคุณ พระเมตตา และทรงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างเหลือเชื่อ พระองค์ทรงปรารถนาให้ทุกคนได้รับความรอด และพระองค์ไม่ทรงมีแผนที่จะทำให้การเข้าสู่แผ่นดินของพระองค์เป็นเรื่องยากลำบาก ค่าใช้จ่ายทั้งหมดตกอยู่บนพระองค์เอง เพราะ “รางวัล” อันวิเศษนี้ไม่ได้มาจากการที่เราหามาได้เอง แต่เป็นของขวัญจากพระเยซู และมาจากการที่พระองค์ทรงเสียสละ พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงเป็นผู้ที่ทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และถูกฝัง พระองค์ทรงเป็นผู้ที่เป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ทรงทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อเรา เพื่อเป็นพรแก่เรา
แล้วคนที่ยื่นน้ำให้คริสเตียนเพียงเพราะคนนั้นเป็นคริสเตียนล่ะ เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริงหรือ ใช่ เกิดขึ้นจริง ในงานรับใช้ของข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนที่ไม่ใช่คริสเตียนที่เพิ่งรู้จักเราเป็นครั้งแรกต้อนรับเราด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อย่างเหลือเชื่อ และปรากฏว่ามีเหตุผลเดียวเท่านั้นคือ “คุณมีกลิ่นเหมือนพระเยซู” ไม่รู้ว่าด้วยวิธีใด พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงกำลังทำงานอยู่ในใจเขาอยู่แล้ว เพื่อนำเขามาสู่ความเชื่อในพระเยซู และเขาสามารถ “สัมผัสกลิ่นของพระองค์” ได้จากสิ่งที่เราทำและพูด (ดู 2 โครินธ์ 2:14-16) ดังนั้น เขาจึงต้อนรับเรา
พระเจ้าทรงถือว่านั่นเป็นการต้อนรับพระบุตรของพระองค์เช่นกัน และทรงประทานของขวัญแห่งความเชื่อที่ให้ชีวิตและสิ่งต่าง ๆ ที่มาพร้อมกับความเชื่อนั้น ได้แก่ การให้อภัย ความรอด และความสุขนิรันดร์
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ไม่เข้าใจความลึกซึ้งแห่งความรักอันเปี่ยมด้วยพระคุณของพระองค์ เรื่องนี้ลึกซึ้งเกินกว่าข้าพระองค์จะเข้าใจได้ ขอบคุณพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- พระเจ้าทรงประสงค์ให้ทุกคนได้รับความรอด คุณรู้ได้อย่างไร
- ทำไมพระเจ้าจึงทรงประทานรางวัลมากมายแก่น้ำหนึ่งแก้ว
- คุณดีใจไหมที่พระเจ้าทรงใจกว้างเช่นนี้ หรือเรื่องนี้ทำให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ หรือทั้งสองอย่าง
© : Lutheran Hour Ministries

