สดุดี136:3-6 – จงโมทนาขอบพระคุณถวายแด่พระองค์ผู้เป็นเจ้าเหนือเจ้าทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ถวายแด่พระองค์ผู้ทรงกระทำการมหัศจรรย์ทั้งหลายแต่องค์เดียว เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ถวายแด่พระองค์ ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ด้วยความเข้าใจ เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ถวายแด่พระองค์ผู้ทรงกางแผ่นดินโลกออกเหนือน้ำทั้งหลาย เพราะความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์
หลายคนเรียกตนเองว่าเป็นพวกอเทวนิยม (atheist) คือผู้ที่เชื่อว่าไม่มีพระเจ้า ส่วนบางคนอ้างว่าเป็นพวกอไญยนิยม (agnostic) โดยยอมรับว่าพระเจ้าอาจมีอยู่จริง แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัด ทว่าแม้บุคคลเหล่านี้จะปฏิเสธความรู้นั้นอย่างเปิดเผย แต่ลึก ๆ ในใจพวกเขากลับรู้ดีว่ามีพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง “เหตุว่าเท่าที่จะรู้จักพระเจ้าได้ก็แจ้งอยู่กับใจเขาทั้งหลาย เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดสำแดงแก่เขาแล้ว” (โรม 1:19) ดังที่บทเพลงสดุดีได้กล่าวไว้ว่า ด้วยความเข้าใจของพระองค์ พระเจ้าทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกออกเหนือผืนน้ำ ทั้งนี้ฤทธานุภาพและพระสิริอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าล้วนปรากฏชัดผ่านความมหัศจรรย์แห่งการทรงสร้างของพระองค์
ระหว่างการเดินทางประกาศข่าวประเสริฐ เปาโลและบารนาบัสประกาศข่าวประเสริฐแก่ชาวเมืองลิสตรา โดยมุ่งหวังจะให้ผู้คนหันหลังจากการกราบไหว้รูปเคารพ อัครทูตเปาโลกล่าวว่าพวกเขาควรนมัสการพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ ผู้ทรงสำแดงความดีของพระองค์ผ่านการประทานฝนและฤดูกาลที่อุดมสมบูรณ์ (ดู กิจการ 14:17) กระนั้น ผู้คนก็ยังคงต้องการถวายเครื่องบูชาแก่เปาโลและบารนาบัส เพราะเชื่อว่าท่านทั้งสองเป็นเทพเจ้า เช่นเดียวกับผู้คนในทุกยุคทุกสมัย ชาวเมืองลิสตรา “เอาความจริงเรื่องพระเจ้ามาแลกกับความเท็จ และได้นมัสการและปรนนิบัติสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้างไว้ แทนพระองค์ผู้ทรงสร้าง” (โรม 1:25ก) ผู้คนจำนวนมากเลือกที่จะปฏิเสธความจริงเรื่องพระเจ้าเพื่อหันไปหาความเท็จ และสร้างรูปเคารพจากไม้ หิน หรือทองคำขึ้นมา ส่วนคนอื่น ๆ ก็สร้างพระเจ้าขึ้นจากความมั่งคั่งและทรัพย์สิน หรือนมัสการ “ตนเอง” ซึ่งเป็นพระเจ้าที่พวกเขาสามารถยึดถือได้ง่ายดาย
มนุษย์ต่างรู้ดีในใจว่ามีพระเจ้าอยู่จริง พวกเขาสามารถมองเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ที่ปรากฏชัดในโลกที่พระองค์ทรงสร้างขึ้น บางคนอาจถึงขั้นสร้างแท่นบูชาและนำเครื่องถวายมาเพื่อเอาใจพระเจ้าผู้ซึ่งพวกเขาถือว่าเป็นพระผู้สร้าง เขารู้ว่าพระองค์ทรงฤทธานุภาพ แต่กลับไม่อาจค้นพบความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงรักเขา พวกเขาไม่อาจหยั่งรู้ถึงความรักมั่นคงนิรันดร์ของพระเจ้าได้ พระเจ้าทรงจำเป็นต้องเปิดเผยความจริงนั้น และพระองค์ก็ทรงกระทำเช่นนั้นแล้ว ในอดีตพระเจ้าตรัสผ่านทางเหล่าผู้เผยพระวจนะ “แต่ในวาระสุดท้ายนี้ พระองค์ได้ตรัสกับเราทั้งหลายทางพระบุตรของพระองค์” (ฮีบรู 1:2ก) พระเจ้าผู้ “ทรงกระทำการมหัศจรรย์แต่เพียงผู้เดียว” ได้ทรงเปิดเผยพระองค์เองผ่านการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นั่นคือ ของประทานแห่งพระบุตรของพระองค์ พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา ผู้ทรงเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อมนุษยชาติ ด้วยพระคุณของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อในพระเยซู บาปของเราจึงได้รับการอภัยและเราได้รับของประทานคือ ชีวิตนิรันดร์ ความจริงนั้นถูกเปิดเผยแล้ว เราขอขอบพระคุณองค์พระผู้เป็นเจ้าเหนือเจ้านายทั้งปวง สำหรับความรักมั่นคงนิรันดร์ของพระองค์!
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ สรรพสิ่งที่ทรงสร้างต่างประกาศพระสิริของพระองค์ ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ทั้งในปัจจุบันและตลอดไป สำหรับความรักมั่นคงของพระองค์ในพระคริสต์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- อะไรที่เป็นหลักฐานทำให้คุณเชื่อว่าพระเจ้าทรงมีอยู่จริง เป็นสิ่งที่มองเห็นและจับต้องได้ หรือเป็นสิ่งที่มีลักษณะทางจิตวิญญาณหรือทางปัญญามากกว่ากัน
- พระคัมภีร์กล่าวว่า “ในวาระสุดท้ายนี้ พระองค์ได้ตรัสกับเราทั้งหลายทางพระบุตรของพระองค์” หมายความว่าอย่างไร
- เมื่อมีคำถามเกิดขึ้นและคำตอบมาจากทุกทิศทุกทาง จงระลึกถึงคำพูดของพระเยซูที่ตรัสกับเหล่าสาวกในยอห์นบทที่ 14 มีคำปลอบใจอย่างมากอยู่ในนั้น
© : Lutheran Hour Ministries

