มัทธิว 14:22ก, 23ข-33 – ครั้นแล้วพระองค์ได้ตรัสให้เหล่าสาวกลงเรือข้ามฟากไปก่อน … และ … พระองค์เสด็จขึ้นไปบนภูเขาโดยลำพังเพื่ออธิษฐาน เวลาก็ดึกลง พระองค์ยังทรงอยู่ที่นั่นแต่ผู้เดียว ในขณะนั้นเรืออยู่กลางทะเลแล้ว และถูกคลื่นโคลงเพราะทวนลมอยู่ ครั้นเวลาสามยามเศษ พระองค์จึงทรงดำเนินบนน้ำทะเลไปยังเหล่าสาวก เมื่อเหล่าสาวกเห็นพระองค์ทรงดำเนินมาบนทะเลเขาก็ตกใจนัก ร้องอึงไปเพราะกลัว คิดว่าเป็นผี ในทันใดนั้นพระเยซูตรัสกับเขาว่า “ทำใจให้ดีไว้เถิด เราเอง อย่ากลัวเลย” ฝ่ายเปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า “พระองค์เจ้าข้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดบอกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า “พระองค์เจ้าข้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” ในทันใดนั้นพระเยซูทรงเอื้อมพระหัตถ์จับเขาไว้ แล้วตรัสว่า “ท่านสงสัยทำไม ท่านช่างมีความเชื่อน้อยเสียจริง” เมื่อพระองค์กับเปโตรขึ้นเรือแล้ว ลมก็เงียบลง เขาทั้งหลายที่อยู่ในเรือ จึงมาหมอบกราบพระองค์ ทูลว่า “พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าจริงแล้ว”
ข้าพเจ้าสงสัยว่าเปโตรกำลังคิดอะไรอยู่ ข้าพเจ้าหมายความว่าสิ่งที่ท่านพูดดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่เลยที่ว่า “ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอทรงโปรดบอกให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์” คำสั่งแบบนั้นจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าเป็นพระเยซู จริง ๆ แล้วนั่นจะพิสูจน์อะไร ๆ ได้อย่างไรกัน
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นสิ่งหนึ่ง นั่นคือความเชื่อของเปโตรยังไม่เข้มแข็งพอที่จะประคองท่านให้ก้าวต่อไปได้ ท่านจำเป็นต้องให้พระเยซูทรงช่วยฉุดขึ้นมาจากทะเลสาบ
แต่ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่เปโตรกระโดดลงจากเรือเพื่อไปหาพระเยซู นั่นคือหลังจากที่พระองค์ทรงคืนพระชนม์แล้ว คุณคงจำเรื่องราวในหนังสือยอห์นบทที่ 21 ได้ ที่พระเยซูทรงยืนอยู่บนฝั่งในยามรุ่งสาง ขณะที่เหล่าสาวกอยู่บนเรือห่างออกไปไม่ไกลนัก พระองค์ทรงร้องบอกให้พวกเขาหย่อนอวนลงทางด้านขวาของเรือ แล้วทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ปลาจำนวนมากจนไม่สามารถลากขึ้นมาได้ แล้วยอห์นก็พูดกับเปโตรว่า “นั่นองค์พระผู้เป็นเจ้า!”
และอีกครั้งหนึ่ง เปโตรกระโดดลงจากเรือ แล้วรีบว่ายน้ำตรงไปหาพระเยซูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เปโตรไม่ได้คิดจะทำการอัศจรรย์ ท่านแค่อยากจะไปหาพระเยซูให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! ท่านจึงว่ายน้ำไปหาพระเยซูทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าครบชุด และต้องมาเจอกับผลที่ตามมาในภายหลัง เมื่อต้องมานั่งเปียกโชกอยู่ในชุดชั้นในที่ชุ่มน้ำ
เปโตรไม่สนใจเรื่องนั้นเลย เพราะอะไรหรือ ก็เพราะท่านกำลังนั่งอยู่กับพระเยซู ผู้ที่ฉุดท่านขึ้นมาจากความโศกเศร้าและความละอายใจ หลังจากที่ท่านเคยปฏิเสธและทอดทิ้งพระองค์ไปในช่วงที่พระองค์ถูกไต่สวนและถูกประหารชีวิต พระเยซูทรงให้อภัยท่านแล้ว ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในการพบกันเป็นการส่วนตัวในเช้าวันอีสเตอร์ (ดู ลูกา 24:34; 1 โครินธ์ 15:5) และในเวลานี้ เปโตรคือชายผู้เปี่ยมด้วยความรัก ท่านไม่อาจทนการอยู่ห่างจากพระเยซูได้แม้เพียงห้านาที แม้จะเป็นเพียงเพื่อหลบไปทำให้ตัวแห้งก็ตาม ใจของท่านมุ่งจดจ่ออยู่กับพระเยซู และไม่มีสิ่งอื่นใดสำคัญไปกว่านั้นอีกแล้ว
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะรักพระองค์เช่นเดียวกันนี้ ขอทรงโปรดประทานหัวใจเช่นนี้แก่ข้าพระองค์ด้วย อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- เมื่อคุณรักใครสักคนด้วยสุดหัวใจ คุณแสดงออกอย่างไร
- ในสายพระเนตรของพระเยซู สิ่งใดสำคัญกว่ากัน ระหว่างความสามารถในการทำอัศจรรย์กับความรัก
- พระเยซูทรงทำสิ่งใดเพื่อคุณบ้างในชีวิตของคุณ เชิญแบ่งปันหากคุณยินดี
© : Lutheran Hour Ministries

