โรม 11:1-2ก, 13-15, 28-32 – ข้าพเจ้าจึงถามว่า “พระเจ้าทรงทอดทิ้งชนชาติของพระองค์แล้วหรือ” หามิได้ข้าพเจ้าเองก็เป็นชนชาติอิสราเอล เป็นพงศ์พันธุ์ของอับราฮัม เป็นเผ่าเบนยามิน พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งชนชาตินั้นที่พระองค์ทรงรับไว้เป็นของพระองค์ … แต่ข้าพเจ้ากล่าวแก่พวกท่านที่เป็นคนต่างชาติ เพราะข้าพเจ้าเป็นอัครทูตมายังพวกต่างชาติ ข้าพเจ้าจึงยกย่องพันธกิจรับใช้ของข้าพเจ้า เพื่อข้าพเจ้าจะได้เร้าใจพี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้า ให้เขาเอาอย่างเพื่อให้เขารอดได้บ้าง เพราะว่าถ้าการที่พี่น้องร่วมชาติของข้าพเจ้าถูกพระเจ้าทรงทอดทิ้งเสียแล้ว เป็นเหตุให้คนทั้งโลกกลับคืนดีกับพระองค์ การที่พระองค์ทรงรับเขากลับมาอีกนั้นก็เป็นเหมือนกับว่าเขาได้ตายไปแล้วและกลับฟื้นขึ้นใหม่ … ในเรื่องข่าวประเสริฐนั้น เขาเหล่านั้นก็เป็นศัตรูของพระเจ้า เพื่อประโยชน์ของพวกท่าน แต่ถ้าว่าตามที่ได้ทรงเลือกไว้ เขาทั้งหลายก็เป็นที่รักเนื่องจากบรรพบุรุษของเขา เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกลับพระทัย ในการที่ได้ทรงให้ของประทานและทรงเลือกสรรไว้ ท่านทั้งหลายก็เหมือนกัน เมื่อก่อนมิได้เชื่อฟังพระเจ้า แต่บัดนี้ได้รับพระกรุณาเพราะความไม่เชื่อฟังของพวกเหล่านั้นฉันใด บัดนี้เขาเหล่านั้นก็มิได้เชื่อฟัง เพื่อว่าเขาจะได้รับพระกรุณาโดยพระคุณที่ได้ประทานแก่ท่านทั้งหลายฉันนั้น เพราะว่าพระเจ้าทรงปล่อยให้คนทุกคนอยู่ในฐานะที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะได้ทรงพระกรุณาแก่เขาทั้งหลายทุกคน
นี่เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนอันเป็นผลมาจากความเกลียดชังและการข่มเหงที่มีมานานนับพันปี แต่ก็เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องได้รับการจัดการ และเปาโลก็จัดการกับเรื่องนี้แล้ว หากเราเป็นคริสเตียนที่มาจากชนต่างชาติ ความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือกไว้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ในสมัยพันธสัญญาเดิมนั้นเป็นอย่างไร
แนวคิดของเราควรเริ่มต้นจากข้อเท็จจริงที่เปาโลชี้ให้เห็น นั่นคือ “พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งชนชาตินั้นที่พระองค์ทรงรับไว้เป็นของพระองค์” และ “ตามที่ได้ทรงเลือกไว้ เขาทั้งหลายก็เป็นที่รักเนื่องจากบรรพบุรุษของเขา” คนเหล่านี้คือชนชาติที่พระเจ้าทรงสร้างขึ้นตามพระสัญญาที่ให้ไว้กับอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลรักษาพระวจนะของพระเจ้า ธรรมบัญญัติ และคำพยากรณ์ทั้งปวงเกี่ยวกับพระเยซู ตัวพระเยซูเองก็ทรงเป็นชาวยิวและประสูติท่ามกลางชนชาตินี้ คริสเตียนยุคแรกเกือบทั้งหมดล้วนเป็นชาวยิว และในปัจจุบันก็ยังมีชาวยิวจำนวนมากที่เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์
นี่หมายความว่า ความเกลียดชังหรือการข่มเหงรังแกทุกรูปแบบเป็นสิ่งที่ผิดอย่างสิ้นเชิง เป็นความชั่วร้าย และเป็นกิจการของมารร้าย ไม่ใช่ของพระเจ้าเลย เราควรแสดงความขอบคุณและความเคารพต่อพวกเขาซึ่งเปรียบเสมือนพี่น้องผู้มาก่อนเรา แม้ว่าตัวพวกเขาเองจะยังไม่ตระหนักถึงความสัมพันธ์นี้ก็ตาม เราควรมีความรักและความอดทนต่อพวกเขา โดยตระหนักว่าการที่เราเป็นผู้เชื่อในพระเยซูได้นั้นก็เป็นเพราะพระเมตตาและพระกรุณาอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าเท่านั้น เราไม่ได้มีสิทธิ์อยู่ในกลุ่มประชากรของพระเจ้าด้วยความดีความชอบของตนเอง แต่เรายืนอยู่ตรงจุดนั้นได้เพราะความเมตตากรุณาที่พระเจ้าทรงสำแดงแก่เราผ่านทางพระเยซูคริสต์ ผู้ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อช่วยเราทุกคนให้รอด และหากเราดำรงอยู่ได้ด้วยพระเมตตาของพระเจ้าเพราะพระเยซู เราก็จำเป็นต้องอธิษฐานเผื่อผู้ที่ยังไม่ได้เชื่อในพระองค์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพวกเขาซึ่งเป็นเชื้อสายที่พระเยซูทรงถือกำเนิดมา
เปาโลกล่าวแก่เราว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงปล่อยให้คนทุกคนอยู่ในฐานะที่ไม่เชื่อฟัง เพื่อพระองค์จะได้ทรงพระกรุณาแก่เขาทั้งหลายทุกคน” นี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าเสมอมาที่จะรวบรวมมนุษยชาติทั้งปวงไว้ด้วยกันในพระผู้ช่วยให้รอดของเรา คือพระเยซูผู้เป็นพระเมสสิยาห์ เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงนำเรามาสู่ความเชื่อ เราจึงอธิษฐานเผื่อผู้ที่ยังไม่มีความเชื่อ เพื่อที่เราจะได้ร่วมกันรักและปรนนิบัติพระองค์ตลอดไปเป็นนิตย์
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงนำผู้ที่ยังไม่ได้วางใจในพระองค์ให้มามีความเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชาติยิว และขอทรงโปรดรักษาใจข้าพระองค์ให้ถ่อมสุภาพอยู่เสมอ โดยจำไว้ว่าข้าพระองค์เป็นของพระองค์ได้ก็เพราะพระเมตตาของพระองค์เท่านั้น อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- เหตุใดความสัมพันธ์ระหว่างชาวยิวกับคนต่างชาติจึงมีความขัดแย้งหรือปัญหามากมาย
- ลองพิจารณาดูว่า ตัวคุณเองมีอคติต่อชาวยิวหรือกลุ่มคนอื่นใดในโลกของพระเจ้าหรือไม่ แล้วครอบครัวหรือชุมชนของคุณล่ะเป็นอย่างไรบ้าง
- หากเป็นเช่นนั้น ขอให้คุณใช้เวลาสักครู่เป็นการส่วนตัวเพื่อทูลขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงสร้างเราทุกคนให้ทรงช่วยคุณเติบโตขึ้นในความรักของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์ทั้งปวง
© : Lutheran Hour Ministries

