ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2026 “โปรดยกบาปผิดของเหล่าข้าฯ เหมือนเหล่าข้าฯ ยกโทษ”

“‘โปรดยกบาปผิดของเหล่าข้าฯ เหมือนเหล่าข้าฯ ยกโทษ’ พระองค์ทรงสอนเหล่าข้าฯ องค์พระผู้เป็นเจ้า ให้อธิษฐาน แต่พระองค์ผู้เดียวที่สามารถประทานพระคุณแก่เหล่าข้าฯ เพื่อดำเนินชีวิตตามถ้อยคำที่เหล่าข้าฯ อธิษฐาน

“ในท่ามกลางแสงเจิดจ้า กางเขนของพระองค์เผยความจริงที่เหล่าข้าฯ รู้อย่างลางเลือน ที่ว่าหนี้สินเพียงเล็กน้อยที่คนอื่นติดค้างเหล่าข้าฯ อยู่นั้น ช่างเทียบไม่ได้เลยกับหนี้ก้อนใหญ่ที่เหล่าข้าฯ ติดค้างต่อพระองค์”

“โปรดยกบาปผิดของเหล่าข้าฯ เหมือนเหล่าข้าฯ ยกโทษ” นี่เป็นคำวิงวอนที่จริงจังมาก เราอยากให้พระเจ้ายกโทษให้เราเหมือนที่เรายกโทษให้ผู้อื่นจริง ๆ หรือ แต่พระเยซูทรงสอนให้เราอธิษฐานแบบนั้น ถ้อยคำอันล้ำค่าแห่งคำอธิษฐานของพระองค์ถูกจารึกไว้ในใจของเรา นั่นคือ “ขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น” (มัทธิว 6:12) นี่เป็นคำทูลขอที่มีความสำคัญมากจนพระเยซูทรงเน้นย้ำบทเรียนเรื่องการอธิษฐานนั้นด้วยคำสอนเพิ่มเติมว่า “เพราะว่าถ้าท่านยกความผิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์จะทรงโปรดยกความผิดของท่านด้วย แต่ถ้าท่านไม่ยกความผิดของเพื่อนมนุษย์ พระบิดาของท่านจะไม่ทรงโปรดยกความผิดของท่านเหมือนกัน” (มัทธิว 6:14-15)

เมื่อเรามุ่งความสนใจของเราไปยังสิ่งที่เรามองว่าเป็นท่าทีที่ไม่ยอมกลับใจและความบาปของคนอื่น เราก็ไม่ให้ความสนใจกับการกลับใจจากบาปของตัวเราเองเลย เมื่อเราเฝ้ามองดูความบาปของคนอื่นด้วยความตกใจและตื่นตระหนก เราจินตนาการว่าสิ่งที่เราทำไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น แน่นอนว่าสิ่งที่คนอื่นทำนั้นย่อมแย่กว่าสิ่งที่เราคิดจะทำเสียอีก เมื่อเราปรับกระจกเงาแห่งธรรมบัญญัติของพระเจ้าอย่างระมัดระวังเพื่อจ้องดูคนอื่นและความผิดบาปของเขาอย่างจริงจัง มักเป็นเรื่องยากมากที่เราจะมองเห็นความบาปของตัวเองสะท้อนอยู่ในธรรมบัญญัติของพระองค์ ความล้มเหลวของเราที่ยกโทษให้คนอื่นคือสัญญาณที่ชัดเจนของความล้มเหลวอีกด้านหนึ่งของเรา นั่นคือ การปฏิเสธที่จะกลับใจจากบาปของตัวเราเอง

เหมือนที่บทเพลงของเรากล่าวไว้ว่าในท่ามกลางแสงเจิดจ้า กางเขนของพระองค์เผยความจริงที่เหล่าข้าฯ พระเยซูทรงปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระเจ้าอย่างครบถ้วน ทรงเชื่อฟังพระบิดาแห่งสวรรค์จนถึงความมรณาบนกางเขน พระบุตรผู้ปราศจากบาปของพระเจ้าทรงทนทุกข์ทรมานและสิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของมนุษย์ทุกคน ทั้งเพื่อความบาปของเราเองและความบาปของคนอื่นที่เราปฏิเสธที่จะยกโทษ พระเจ้าทรงพิพากษาและลงโทษความบาปของมนุษย์ทุกคนในพระกายแห่งพระบุตรของพระองค์และโดยการสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์ พระเจ้าทรงทำให้โลกนี้คืนดีกับพระองค์เอง พระองค์ไม่ทรงถือโทษในความผิดบาปของเรา (ดู 2 โครินธ์ 5:19) พระเยซูเองทรงทำให้คำอธิษฐานขอการอภัยโทษที่พระองค์ทรงสอนไว้ในคำอธิษฐานของพระองค์ปรากฏเป็นจริง ในขณะที่พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงถูกตรึงอยู่บนกางเขน พระองค์ทรงทูลขอพระบิดาแห่งสวรรค์ให้ทรงยกโทษแก่ผู้คนที่ตรึงพระองค์ บัดนี้พระผู้ช่วยให้รอดของเราทรงบัญชาให้เราสำแดงการยกโทษแบบนั้นในชีวิตของเรา เราแสวงหาแนวทางที่จะยกโทษเหมือนอย่างที่เราได้รับการอภัยโดยเดชของพระวิญญาณบริสุทธิ์ คำอธิษฐานและการยกโทษของเราสะท้อนถึงพระเมตตาของพระผู้ช่วยให้รอดของเราที่ว่า “ขอทรงโปรดยกบาปผิดของข้าพระองค์เหมือนข้าพระองค์ยกโทษผู้ที่ทำผิดต่อข้าพระองค์นั้น”

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเยซู โปรดสอนข้าพระองค์ให้ยกโทษคนอื่นเหมือนที่ข้าพระองค์ได้รับการยกโทษนั้นด้วยเถิด อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. การยกโทษให้คนอื่นแตกต่างจากการยกโทษให้ตัวเราเองอย่างไร
  2. การขัดขืนของเราที่จะยกโทษให้กับคนอื่นบ่งชี้ให้เห็นถึงความบาปของเราซ้ำอีกอย่างไร
  3. ด้วยความช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์เราสามารถมีความพร้อมที่จะยกโทษ พระองค์จะทรงทำสิ่งนี้เพื่อคุณถ้าคุณทูลขอต่อพระองค์

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.