ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2026 “หนทางแห่งความบริสุทธิ์” (วิสุทธิมรรค)

อิสยาห์ 35:5-8 – แล้วนัยน์ตาของคนตาบอดจะเปิดออก แล้วหูของคนหูหนวกจะเบิก แล้วคนง่อยจะกระโดดได้อย่างกวาง และลิ้นของคนใบ้จะร้องเพลงด้วยความชื่นบาน เพราะน้ำจะพลุ่งขึ้นมาในป่าดอน และลำธารจะพลุ่งขึ้นในทะเลทราย ทรายที่ร้อนจัดจะเป็นสระน้ำ และดินที่แตกระแหงจะเป็นน้ำพุ ในที่ที่หมาป่านอนอยู่ หญ้าจะกลายเป็นต้นอ้อและต้นกก และจะมีทางหลวงที่นั่น และเขาจะเรียกทางนั้นว่า วิสุทธิมรรค คนไม่สะอาดจะไม่เดินทางนั้น แม้คนโง่ก็จะไม่หลงในนั้น

ผู้เผยพระวจนะอิสยาห์บรรยายถึงสภาพความเป็นอยู่ของประชากรของพระเจ้าในวันที่พระองค์ทรงนำพวกเขากลับบ้านจากการถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย พวกเขาจะเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมยินดีและความสุข ความพิการทางร่างกายจะไม่เป็นอุปสรรคขัดขวางการเดินทางกลับบ้านของพวกเขาเลย แม้แต่ในถิ่นทุรกันดาร พวกเขาก็จะพบแหล่งน้ำอันอุดมสมบูรณ์ซึ่งมีปริมาณมากเกินพอสำหรับทุกคน และที่สำคัญที่สุดคือจะมีเส้นทางสายหลักให้พวกเขาได้สัญจร ทำให้ไม่มีทางที่พวกเขาจะหลงทางได้เลย เส้นทางนี้จะนำพาพวกเขาเดินทางกลับถึงบ้านได้อย่างปลอดภัยตลอดเส้นทาง

สิ่งที่อิสยาห์กล่าวถึงนั้นเป็นมากกว่าแค่การที่ประชากรของพระเจ้าได้หวนคืนสู่แผ่นดินของตนทางกายภาพเท่านั้น ท่านกำลังพูดถึงพวกเราด้วย เพราะเราเองก็เคยตกอยู่ในสภาพของการถูกเนรเทศเช่นกัน คือต้องอยู่ห่างไกลจากอาณาจักรของพระบิดา และต้องใช้ชีวิตท่ามกลางคนแปลกหน้าผู้ไม่แยแสต่อพระเยซู หรือแม้แต่เรื่องความรัก ความเมตตา และการให้อภัย เราตระหนักดีว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ ซึ่งถูกปกครองโดยผู้ที่โหดร้ายและเห็นแก่ได้ คนที่กดขี่ข่มเหงผู้อื่นและฉกฉวยทุกสิ่งที่ตนต้องการโดยปราศจากความละอายใจ เราโหยหาที่จะได้กลับบ้านเหลือเกิน

ทว่าหนทางนั้นยาวไกลและเราก็อ่อนแรง เราตระหนักดีว่าบ่อยครั้งเรากลับหูหนวกตาบอดต่อพระสุรเสียงของพระเจ้า เราพบความยากลำบากในการดำเนินชีวิตตามวิถีทางของพระองค์ แล้วเราจะค้นพบหนทางเหล่านั้นได้อย่างไร สิ่งใดจะช่วยประคับประคองให้เราก้าวเดินต่อไปจนกว่าจะถึงบ้าน

พระเยซูจะทรงกระทำเช่นนั้น พระองค์คือผู้ที่ตรัสกับเราว่า “เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต” (ยอห์น 14:6ข) เมื่อเราดำเนินไปบนหนทางของพระองค์เพื่อกลับไปหาพระเจ้า เราจะไม่มีวันหลงทาง พระองค์จะทรงนำทางเราในทุกย่างก้าว และพระองค์จะทรงกระทำยิ่งกว่านั้น คือจะทรงรักษาเราให้หายจากการตาบอดและหูหนวกฝ่ายวิญญาณ พร้อมทั้งประทานกำลังให้เราสามารถติดตามพระองค์ไปด้วยความชื่นชมยินดี พระองค์จะทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นสำหรับการกินและการดื่มไว้ให้เราตลอดการเดินทาง นั่นคือพระกายและพระโลหิตของพระองค์เองเพื่อเป็นอาหารและเครื่องดื่มของเรา และพระองค์จะทรงกระทำเช่นนี้ต่อไปด้วยความเต็มพระทัย จนกว่าเราจะกลับถึงบ้านและได้อยู่ในอ้อมพระหัตถ์ของพระองค์

ทำไมพระเยซูจึงทรงกระทำเช่นนั้นเพื่อเรา คุณทราบคำตอบดี นั่นก็เพราะพระองค์ทรงรักเรา พระองค์เสด็จมาบังเกิดในโลกนี้ด้วยเหตุผลเพียงประการเดียว คือเพื่อช่วยกู้เราและนำเรากลับไปหาพระเจ้า พระองค์ทรงยอมสละพระชนม์ชีพบนไม้กางเขนเพื่อทำลายอำนาจแห่งความชั่วร้าย และนำเรากลับไปหาพระเจ้าในฐานะบุตรที่ได้รับการอภัยและมีจิตใจที่ได้รับการสร้างใหม่ อีกทั้งพระองค์ยังทรงคืนพระชนม์เพื่อเป็นบ่อเกิดแห่งชีวิตนิรันดร์สำหรับเราทุกคน เปรียบเสมือนน้ำแห่งชีวิตที่จะหล่อเลี้ยงเราให้มีชีวิตอยู่รอดได้แม้ต้องเผชิญกับทะเลทรายที่แห้งแล้งที่สุด

พระเยซูทรงเป็นหนทางของเรา และพระองค์กำลังนำเรากลับบ้านอย่างปลอดภัย สรรเสริญพระเจ้า

เราอธิษฐาน: ขอบพระคุณพระบิดาที่พระองค์ทรงส่งพระบุตรมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ขอทรงโปรดรักษาเราให้อยู่ในหนทางของพระองค์อย่างปลอดภัยตลอดไป อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. สิ่งใดทำให้คุณกังวลมากที่สุดเวลาเดินทาง การหลงทาง หรือการหมดเสบียง
  2. เล่าเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงช่วยเหลือคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากระหว่างการเดินทางกลับบ้าน
  3. คุณตั้งตารอคอยสิ่งใดเมื่อได้กลับบ้านสู่แผ่นดินของพระเจ้า

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.