“บุคคลที่เข้ายุ่งในการทะเลาะวิวาทซึ่งไม่ใช่เรื่องของเขาเอง ก็เหมือนคนจับหูสุนัขตัวที่กำลังผ่านไป”

พระธรรมสุภาษิตในข้อนี้ได้เตือนเราถึงการความโง่เขลาเข้าไปยุ่งในเรื่องทะเลาะวิวาทของผู้อื่น โดยเฉพาะการเข้าไปเข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เปรียบเสมือนคนจับหูสุนัขที่กำลังผ่านไป ซึ่งแฝงไปด้วยอันตราย เพราะสุนัขจรจัดที่ถูกจับหูอย่างไม่มีเหตุผล มันจะหันมากัดทันที บุคคลที่เข้าไปยุ่งเรื่องทะเลาะที่ไม่ใช่เรื่องของตนก็เช่นเดียวกัน เขาคิดว่าตนกำลังช่วยหรืออยากรู้อยากเห็น แต่สุดท้ายมักจะทำให้เรื่องลุกลามและตัวเองต้องเจ็บตัว ดังนั้น เราต้องใช้สติปัญญา รู้จักขอบเขต รู้ว่าเรื่องใดควรเข้าไปช่วยไกล่เกลี่ยอย่างมีปัญญา และเรื่องใดควรถอยออกมาด้วยความสุภาพ

ข้าแต่พระเจ้าพระบิดา ผู้ทรงประกอบด้วยสติปัญญา ขอทรงโปรดประทานสติปัญญาและความเข้าใจให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อจะรู้จักแยกแยะสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบข้างข้าพระองค์ โดยเฉพาะเมื่อข้าพระองค์เห็นการทะเลาะวิวาท ความขัดแย้งของบุคคลอื่น ขอพระองค์ทรงสอนให้ข้าพระองค์รู้ว่า เมื่อใดควรเข้าไป และเมื่อใดควรถอยออกมา ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์รู้ว่าควรพูดอย่างไร ด้วยถ้อยคำใด และเวลาใดจึงเหมาะสม เพื่อไม่ให้ข้าพระองค์กลายเป็นผู้จุดไฟเพิ่ม ขอทรงปกป้องข้าพระองค์ไม่ให้ใจร้อนหรืออยากรู้อยากเห็น จนกลายเป็นคู่กรณีกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเสียเอง ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงนำทุกย่างก้าว ทุกคำพูดของข้าพระองค์ในทุกๆ วันด้วยเถิด ข้าพระองค์อธิษฐานทูลขอต่อพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

บุคคลที่เข้ายุ่งในการทะเลาะวิวาทซึ่งไม่ใช่เรื่องของเขาเอง ก็เหมือนคนจับหูสุนัขตัวที่กำลังผ่านไป – สุภาษิต 26:17

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.