“หยั่งรากคิดบวกเพื่อเป็นหลักชีวิต”

ในวัยเยาว์อารมณ์ของคนวัยนี้ค่อนข้างที่จะมีความอ่อนไหวมาก ทั้งยังเปิดรับอะไรต่อมิอะไรได้มากมายโดยไม่จำกัดอีกด้วย สรุปแล้วก็คือ เป็นวัยที่มีความอ่อนไหวง่ายเหลือเกิน หากว่ามีความเศร้าหรืออะไรมากระทบอันเป็นความโศกสลด คนในวัยนี้จะสะเทือนใจมากเป็นพิเศษ             ต้องระวังอย่าให้อารมณ์ติดลบเกิดขึ้นกับคนในวัยนี้นานๆ เพราะคนในวัยเด็กยังไม่สามารถแยกแยะอะไรได้เหมือนผู้ใหญ่ ถ้าหากเขาคิดไปในแง่ลบเมื่อไร สิ่งนั้นๆ จะฝังใจที่กลายเป็นหลักของความเข้าใจในเชิงลบไปตลอดชีวิตของเขาได้             ตามความเป็นจริงนั้น มนุษย์ไม่สามารถคิดในสองด้านพร้อมๆ กันได้ แต่หากทำได้ก็จะเป็นผลดีต่อตัวเราเองด้วย ดังนั้น หากคุณเกิดความคิดในแง่ลบเมื่อไร ต้องรีบคิดในแง่บวกพร้อมๆ กันไปด้วย ทำจนกลายเป็นนิสัย ฉะนั้น เมื่อใดที่คิดลบให้คุณคิดอย่างนี้ว่า คุณจะสามารถมองอีกแบบหนึ่งได้ด้วยการเปลี่ยนความคิดให้เป็นมุมมองบวกไปพร้อมๆ กันด้วย             แต่ที่สำคัญต่องฝึกที่จะหันความคิดในในทางด้านบวกไว้เสมอ เพราะการคิดบวกจะช่วยสร้างความรู้สึกที่ดีๆ ให้กับเรา…

Continue reading

“มาสร้างสังคมที่มีน้ำใจกันเถอะ”

ต้องยอมรับความจริงว่าสังคมแห่งการอยู่ร่วมกันวันนี้ การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างต่างคนต่างอยู่จะหวังพึ่งใครได้ยาก เพราะไม่ว่าใครก็จะต้องช่วยประคับประคองตัวเองเพื่อความอยู่รอดไว้ก่อน ส่วนการแสดงน้ำใจต่อคนอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ห่างไกลไปแล้ว อันนี้เป็นเรื่องจริงครับ ถ้าเราจะดู “คลิป” ที่ทยอยออกมาให้เราได้เห็นอยู่เป็นประจำทุกวันนั้น จะเห็นภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับผู้ที่ประสบเหตุการณ์ร้ายต่างๆ ต้องพบกับอันตรายสารพัดรูปแบบ โดยที่มีผู้คนเห็นเหตุการณ์มากมาย แต่ไม่มีใครสักคนแสดงน้ำใจเข้าไปให้ความช่วยเหลือเลยแม้แต่คนเดียว อย่างดีก็แค่ยืนมองแล้วก็เดินหนีไป เพราะกลัวว่าตนจะพลอยได้รับอันตรายไปด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่มาจากความไม่มีน้ำใจที่เราพึงปฏิบัติต่อกัน แนวโน้มในเรื่องของความมีน้ำใจด้งกล่าวนี้ นับวันยิ่งแต่จะหาความมีน้ำใจได้ยากยิ่ง ถ้าเป็นไปตามนี้สังคมมนุษย์ก็คงจะหาความสงบสุขได้ยาก สุดท้ายก็คงจะพบกับความหายนะที่ไม่มีใครรู้จักคำว่า “น้ำใจ” อีกต่อไป  วันนี้ก่อนที่สังคมเราจะขาดไปจากความมีน้ำใจต่อกันดังกล่าวนี้ เราทุกคนต้องช่วยกันปลูกและปลุกจิตสำนึกแห่งความมีน้ำใจของทุกคนให้ตื่นขึ้น แล้วเรียกธรรมชาติของคนมีน้ำใจที่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อต่อกันโดยไม่เลือกหน้า ให้กลับมาสู่ชีวิตจิตใจเราอีกครั้งหนึ่ง ความมีน้ำใจดังกล่าวนี้ไม่ลำบากถึงกับจะต้องปลูกหรือสร้างกันใหม่ เพราะโดยธรรมชาติเดิมๆ นั้น น้ำใจที่ว่านี้ก็เคยเป็นส่วนหนึ่งที่พระเจ้าฝังใส่ไว้ในหัวใจของมนุษย์ทุกคนอยู่แล้ว เพียงแต่เราเพิกเฉยไม่ใส่ใจดูแลและนำมาใช้เท่านั้นเอง…

Continue reading

“มาอธิษฐานเผื่อคุณครูที่รักของเรากันเถอะ”

พระวจนะของพระเจ้าทรงสอนเราทั้งหลายดังนี้ว่า “ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู แต่ศิษย์ทุกคนที่ได้รับการฝึกสอนครบแล้ว ก็จะเป็นเหมือนครูของตน” ดังนั้น เมื่อเรามองมาที่ชีวิตของเรา เราจะพบว่า ครูคือผู้สร้างชีวิตเราทั้งหลายต่อจากพ่อแม่ของเราซึ่งสร้างเราต่อจากพระเจ้า ครูจึงเป็นบุคคลสำคัญยิ่งในชีวิตเราที่เข้ามาเติมเต็มและสร้างเราให้ประกอบไปด้วยความรู้ ความสามารถในชีวิต เพื่อนำสิ่งที่คุณครูสั่งสอน อบรม ปลูกฝัง แนะนำ จนเรามีวิชาความรู้อันเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพเพื่อการดำรงชีวิตในปัจจุบัน เราขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับการทรงสร้างและประทานชีวิตให้แก่เรา เราขอบพระคุณคุณพ่อคุณแม่ผู้ให้กำเนิดและสร้างเราต่อจากพระเจ้า ดังนั้น จึงเป็นการสมควรที่เราจะขอบพระคุณคุณครูผู้ประทานความรู้ในชีวิตเราด้วยเช่นกัน ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครู แต่ศิษย์ทุกคนที่ได้รับการฝึกสอนครบแล้ว ก็จะเป็นเหมือนครูของตน ลูกา 6:40 ในวันนี้ใคร่ขอให้เราทั้งหลาย “มาอธิษฐานเผื่อคุณครูที่รักของเรากันเถิด” ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์สำหรับคุณครูของข้าพระองค์ทั้งหลายในโลกนี้ เพราะท่านได้เป็นผู้สร้างชีวิตของข้าพระองค์ต่อจากพระองค์และพ่อแม่อันเป็นที่รักของข้าพระองค์ ครูได้สำแดงพระลักษณะของพระองค์แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายคือ…

Continue reading

“ยิ้มได้เมื่อภัยมา”

เมื่อชีวิตเผชิญกับวิกฤตหรือเมื่อเวลามีภัยมา คงไม่มีใครยิ้มได้ จะมีแต่ความหวาดกลัว หวาดหวั่นวิตกกังวลสารพัด แล้วจะมีบ้างไหมที่เวลาเจอวิกฤตชีวิตแต่ก็ยังยิ้มได้ ขอให้ดูพระวจนะธรรมดังต่อไปนี้ที่ยืนยันว่า ผู้ที่อยู่ในร่มพระคุณของพระเจ้าด้วยความเชื่อไว้วางใจในพระองค์นั้น เขาสามารถยิ้มได้เมื่อมีภัยมา ในพระสัญญาของพระเจ้ามีดังนี้  “ถ้าเช่นนั้นเราจะว่าอย่างไร ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเรา พระองค์ผู้มิได้ทรงหวงพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ แต่ได้ทรงโปรดประทานพระบุตรนั้นเพื่อประโยชน์แก่เรา  ถ้าเช่นนั้นพระองค์จะไม่ทรงโปรดประทานสิ่งสารพัดให้เราทั้งหลาย ด้วยกันกับพระบุตรนั้นหรือ  ใครจะฟ้องคนเหล่านั้นที่พระเจ้าได้ทรงเลือกไว้ พระเจ้าทรงโปรดให้พ้นโทษแล้ว  ใครเล่าจะเป็นผู้ปรับโทษอีก พระเยซูคริสต์น่ะหรือ ผู้ทรงสิ้นพระชนม์แล้ว  และยิ่งกว่านั้นอีกได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า  และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลายด้วย  แล้วใครจะให้เราทั้งหลายขาดจากความรักของพระคริสต์ได้เล่า จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก  หรือการเคี่ยวเข็ญ…

Continue reading

“มาอธิษฐานเผื่อเด็กๆที่รักของเรากันเถอะ”

“มาอธิษฐานเผื่อเด็กๆที่รักของเรากันเถอะ” พระวจนะของพระเจ้าทรงสอนเราทั้งหลายดังนี้ว่า จงฝึกเด็กในทางที่เขาควรจะเดินไป และเมื่อเขาเป็นผู้ใหญ่แล้วเขาจะไม่พรากจากทางนั้น นั่นเป็นหน้าที่ของทั้งหลายผู้เป็นพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย พี่ป้าน้าอา  ที่มีส่วนในชีวิตของเด็กชีวิตหนึ่ง เพราะเด็กคืออนาคตของครอบครัว อนาคตของชุมชนและประเทศชาติ  พระเยซูคริสต์เจ้าพระองค์เองยังได้ชี้ให้เราเห็นว่าเด็กๆนั้นมีชีวิตที่บริสุทธิ์เพียงใดและเป็นชีวิตที่พระเจ้าทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะจิตวิญญาณที่สุภาพและเชื่อฟัง เมื่อมีเด็กเข้ามาหาพระองค์สาวกกลับทักท้วงห้ามปรามไม่ไห้เด็กๆเข้าใกล้พระองค์ แต่พระเยซูทรงตรัสว่า “จงยอมให้เด็กเล็กๆเข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะว่าชาวแผ่นดินสวรรค์เป็นของคนเช่นเด็กเหล่านั้น” “ถ้าผู้ใดจะรับเด็กเล็กๆเช่นนี้คนหนึ่ง ในนามของเราผู้นั้นก็รับเรา และผู้ใดได้รับเรา ผู้นั้นก็รับมิใช่แต่เราผู้เดียว แต่รับพระองค์ผู้ทรงใช้เรามาด้วย” มาระโก 9:37 ในวันนี้ใคร่ขอให้เราทั้งหลาย “มาอธิษฐานเผื่อเด็กๆ ที่รักของเรากันเถิด” ข้าแต่พระเจ้าของข้าพระองค์ ชีวิตของเด็กนั้นเป็นชีวิตที่ใสซื่อและบริสุทธิ์ เป็นชีวิตที่เปิดรับสิ่งต่างๆ เข้ามาในชีวิตได้อย่างง่ายดาย…

Continue reading